การขายฝากที่ดิน ทางเลือกของการหาเงินทุน

ทุกวันนี้การหาเงินทุนหรือการสร้างเงินทุนของทุกคนมีอยู่ด้วยกันหลายแบบ ขึ้นอยู่กับความสามารถการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของบุคคลนั้นๆ ว่าจะเลือกใช้แนวทาง ใด มีตั้งแต่คนใกล้ตัว ญาติพี่น้อง แชร์ สถาบันการเงิน รวมถึงเงินกู้รายวัน แต่รู้หรือไม่ว่าทั้งหมดนี้ ตัวกำหนดอัตราดอกเบี้ยว่าสูงหรือต่ำ ขึ้นกับเครติดของผู้กู้และ สินทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน หลายคนคงเคยได้ยินคำว่าการขายฝากมาบ้าง ทั้งทางบวกและทางลบ หากพูดให้เข้าใจในมุมง่ายๆ การขายฝากคืออีกทางเลือกของการหาเงินทุนให้กับตนเอง

โดยนำอสังหาริมทรัพย์มาค้ำประกันเงินกู้ คล้ายๆกับการจำนำสิ่งของที่โรงรับจำนำ การขายฝากอสังหาฯที่มีอยู่ เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้เงินทุนมาหมุนเร็วที่สุด มากกว่าสถาบันการเงินที่ใช้เวลา2-3 เดือน และดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินกู้นอกระบบที่มีตั้งแต่25-200% ต่อปี แต่ทั้งนี้ก็ต้องรู้จักเทคนิคอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้เสีย เปรียบนายทุนด้วยเหมือนกันขออธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นกว่านี้ การขายฝากก็เปรียบได้กับการฝากที่ดินอสังหาริมทรัพย์ให้กับนายทุนดังกล่าวซึ่งเราเรียกว่า “ผู้รับซื้อฝาก” ไว้เป็นหลัก

ทรัพย์ค้ำประกัน และจะเปิดโอกาสให้ผู้กู้ที่เรียกว่า “ผู้ขายฝาก” สามารถตัดสินใจนำเงินมาไถ่ถอนที่ดินอสังหาริมทรัพย์ของตนเองที่ฝากเอาไว้กลับคืนไปได้ ตามราคาที่เคยกู้มา แต่ผู้กู้ต้องทำการจ่ายค่าตอบแทนในระหว่างช่วงที่กู้ก็คือดอกเบี้ยด้วย กรณีหากเกินกำหนดระยะเวลาขายฝากที่ดินอสังหาริมทรัพย์ที่ตกลง กันไว้ ไม่นำเงินมาไถ่ถอนคืนไป เขาจะหมดสิทธิ์ในการไถ่ถอนคืนตามราคาที่กู้เอาไว้ทันที ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้นายทุนอีก เมื่อมองภาพให้ ใหญ่ขึ้นการขายฝากก็เหมือนการทำสัญญากู้เงินแต่เลือกใช้หลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ ลูกหนี้หรือผู้ขายฝากต้องทำการขายฝากที่ดินทรัพย์สินที่มีให้กับ เจ้าหนี้หรือผู้รับซื้อฝาก มีการโอนทรัพย์สินระหว่างกันชัดเจน ลูกหนี้สามารถไถ่ถอนคืนได้ในราคาเดิมตามระยะเวลาที่กำหนด มีการจ่ายค่าตอบแทนระหว่างที่ยัง ไม่ได้ซื้อกลับคืนไปหรือเรียกง่ายๆ ว่าจ่ายดอกเบี้ย แต่อย่างที่กล่าวเอาไว้ว่าหากเกินกำหนดแล้วไม่มาไถ่ถอนทรัพย์สินดังกล่าวจะตกเป็นของเจ้าหนี้หรือผู้รับซื้อฝาก

กระนั้นผู้ขายฝากกับสมาร์ทฟินน์สามารถยื่นขอเจรจาต่ออายุสัญญาหรือเปลี่ยนนายทุนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยึดทรัพย์ค้ำประกันได้ และ ทำสัญญาต่อหน้า เจ้าหน้าที่ ณ กรมที่ดินการขายฝากที่ดินอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปผู้ขายฝากมักจะนำเงินมาซื้อที่คืนเพราะนายทุนจะให้ราคาไม่ค่อยดีนัก และกำหนดระยะเวลาไถ่ถอนสั้นๆ 7วัน 30 วัน 90วัน ซึ่งบีบบังคับให้ผู้ขายฝากหาเงินก้อนมาไถ่ถอนไม่ทัน ที่ดินอสังหาริมทรัพย์นั้นก็ตกเป็นของนายทุนตามที่เป็นข่าวกันบ่อยๆ ส่วนใหญ่แล้วการหาเงินทุน ด้วยการขายฝากจุดเด่นมากๆ คือ ผู้ขายฝากจะได้รับเงินก้อนมาเอาไว้ใช้ในการทำสิ่งต่างๆ ที่มองแล้วว่าคุ้มค่ากว่า เช่น นำเงินทุนที่ได้มาไปเปิดธุรกิจแล้วถ้า ธุรกิจไปได้สวยก็สามารถใช้เงินทุนก้อนเดิมที่ได้มาไปซื้อที่คืนได้พร้อมจ่ายดอกเบี้ยเล็กน้อย หรือนำเงินมาชำระหนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยที่สูงกว่ามาก

คนที่ขาย ฝากจึงมักเป็นผู้มีที่อสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์แล้วต้องการนำไปหมุนเวียนเป็นเงินมาใช้จ่ายเรื่องต่างๆ ที่คาดว่าจะสามารถสร้างผลกำไรตอบแทนได้ดีใน อนาคตได้ การขายฝากที่เป็นธรรมจึงต้องเจอนายทุนที่เป็นธรรมในการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของที่ดินอสังหาฯชิ้นนั้นๆ เป็นธรรมในการคิดอัตราดอกเบี้ยตามที่ กฎหมายกำหนด และสุดท้ายคือเป็นธรรมในระยะเวลาสัญญาที่ไห้ผู้กู้มีเวลาเตรียมเงินก้อนไถ่ถอนได้ ดังนั้นหากเจอนายทุนที่เป็นธรรมแบบนี้ การขายฝากก็ไม่ใช่ เรื่องที่น่ากลัวอีกต่อไปแต่หากเป็นวิธีที่ได้เงินทุนมาต่อยอดได้อย่างดีอีกวิธีหนึ่ง