ขั้นตอนการขายฝาก บ้าน คอนโด ที่ดิน มีลักษณะอย่างไร

สำหรับใครที่ต้องการจำนอง หรือรับจำนอง ขายฝาก บ้าน ที่ดิน ตึกแถว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด อยากหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการจำนอง ขายฝาก ว่ามีการดำเนินการอย่างไร ต้องใช้เอกสารหรือค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ควรศึกษาให้รอบครอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง เช่นอสังหาฯของคุณหลุดจำนอง ขายฝาก หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสัญญาต่างๆ ข้อมูลการจำนองขายฝากมีดังนี้

การจำนอง ขายฝาก คืออะไร

การจำนอง ขายฝากสามารถทำได้หากโฉนดไม่ติดภาระธนาคาร หรือบุคคล มีระยะเวลาให้กู้เป็น ปีต่อปี หรือ 6 เดือน หรือ 3 เดือน แล้วแต่กรณีขึ้นอยู่กับประเภทหลักทรัพย์ และวงเงินที่ท่านต้องการกู้ และต้องทำสัญญาที่กรมที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งยอดเงินที่ท่านต้องการกู้จะพิจารณาจากราคาซื้อขายในท้องตลาด หรือเช็คราคาจากกรมที่ดิน และสามารถนัดไถ่ถอนได้ตามสัญญา

ขั้นตอนการขายฝาก

  • ไปดูบ้าน ที่ดิน หรือหลักทรัพย์ของลูกค้าที่ต้องการ จำนอง หรือขายฝาก
  • เมื่อตกลงราคาที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว ไปทำสัญญาที่กรมที่ดิน
  • เมื่อทำสัญญาที่กรมที่ดินเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าจะ ได้รับเงินสดทันที
  • ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปีตามกฎหมาย หรือแล้วแต่ตกลง
  • ลูกหนี้ต้อง จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือนจนครบกำหนดไถ่ถอน
  • พอครบสัญญา สามารถไปไถ่ถอนได้ที่กรมที่ดิน

การรับจำนอง ขายฝาก จะพิจารณาจากราคาซื้อขาย และราคาประเมินของกรมที่ดิน เรื่องจะไถ่ถอน และ ตามตัวผู้รับฝากไม่ได้ คุณสามารถนำเงินตามที่คุณเป็นหนี้ไปวางทรัพย์ที่สำนักงานวางทรัพย์ที่กรมบังคับคดี เจ้าหน้าที่จะทำการติดต่อผู้รับฝากมาให้คุณเอง และ การที่ทำนิติกรรมที่กรมที่ดิน น่าเชื่อถือ ถูกกฎหมาย และไม่ถูกโกง ปลอดภัยที่สุดสำหรับทั้งผู้รับซื้อและผู้ขายฝาก ซึ่งเป็นการคุ้มครองทั้ง 2 ฝ่าย และ คุณจะสบายใจว่าไม่ถูกหลอกลวง และ ได้รับโฉนดคืนแน่นอน

เอกสารที่ต้องใช้

  • โฉนดตัวจริง
  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ทะเบียนบ้านตัวจริง (ถ้ามีการเปลี่ยนบ้านเลขที่ต้องเตรียมใบเปลี่ยนมาด้วย)
  • ใบทะเบียนสมรส (หรือกรณีหย่า เตรียมใบหย่าและใบแนบท้ายใบหย่าให้ด้วย)
  • ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนสกุล ให้เตรียมใบเปลี่ยนมาด้วย
  • ถ้าเป็นคอนโด ต้องเตรียมใบปลอดหนี้
  • ค่าธรรมเนียมที่กรมที่ดิน
  • ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ณ กรมที่ดิน กรณีเป็นบุคคลธรรมดา (ทางเรารับแต่บุคคลธรรมดา)
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (หัก ณ ที่จ่าย) : ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
  • ค่าธรรมเนียมการทำนิติกรรม (ค่าโอน) : 2% จากราคาประเมิน หรือราคาขาย แล้วแต่อย่างไหนสูงกว่า
  • ค่าธรรมเนียมจดจำนอง : ร้อยละ 1
  • ค่าอากรแสตมป์ (ชำระอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างอากรแสตมป์ หรือธุรกิจเฉพาะ)
    : 200 บาท ติดอากรแสตมป์ 1 บาท (0.50%) ตามราคาซื้อขาย แต่ไม่ต่ำกว่าราคาประเมิน
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ (ไม่ต้องชำระหากถือครองเกิน 5 ปี) : 3.3% ของราคาซื้อขาย แต่ไม่ต่ำกว่าราคาประเมิน

ตัวอย่างการคิดดอกเบี้ย
ผู้กู้มาทำการกู้เงินจำนวน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ 15% ต่อปี หรือ 15% ต่อปี
ผู้กู้จะต้องชำระดังนี้
500,000*15% / 12 = 6,250 บาท และจะต้องนำส่งทุกเดือน
ถ้าหากผิดนัดชำระก็จะถูกปรับ ตามตกลง

ถ้าผู้กู้นำเงินมาตัดต้น เช่น นำเงินคืน 300,000 บาท ก็จะเหลือเงินที่ยังเป็นหนี้ 200,000 บาท
ก็นำจะเหลือยอด 200,000 มาคำนวณดอกเบี้ย คือ 200,000*15% = 2,500 บาท เดือนต่อมาก็นำส่งดอกเบี้ยจำนวนดังกล่าวเป็นต้นไป

ตัวอย่างสัญญาขายฝาก
การขายฝาก หมายถึง สัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ โดยมีข้อตกลงกันว่า ผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้ภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือมิฉะนั้นในการกำหนดเวลาตามกฎหมาย คือ
ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน ต้องไถ่ภายใน 10 ปี นับแต่เวลาที่มีการซื้อขาย แต่ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ ต้องไถ่ภายใน 3 ปี นับแต่ซื้อขาย หากเกินกำหนดเวลานี้แล้วกฎหมายถือว่า กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ซื้อขายฝากกัน ตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที กรณีที่ทำสัญญากำหนดเวลาไถ่นานเกินกว่า 10 ปี 3 ปี ก็ต้องลดลงมาเป็น 10 ปี 3 ปี หรือถ้าทำสัญญากำหนดเวลาไถ่ต่ำกว่า 10 ปี 3 ปี ก็จะขยายเวลามิได้
หลักสำคัญของการขายฝาก อยู่ที่ต้องมีการส่งมอบการครอบครองโดยตรงหรือปริยายให้แก่ผู้รับซื้อฝากพร้อมกับกรรมสิทธิ์ แต่เมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว ผู้ขายฝากมีสิทธิที่จะไถ่ถอนได้

ข้อแตกต่างระหว่าง “การขายฝาก” กับ “การจำนอง” คือ การจำนองนั้นผู้จำนองนำทรัพย์สินของตน เช่น บ้าน- ที่ดินไปค้ำประกันหนี้เงินกู้ หากผิดนัดไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็จะฟ้องร้องและบังคับคดียึดทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันไว้ แต่การขายฝากเป็นการนำทรัพย์สินไปขายให้แก่คนอื่นภายใต้เงื่อนไขที่ว่า เมื่อถึงกำหนดแล้วผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ถอนได้ หากเกินกำหนดก็เสียกรรมสิทธิ์ทันที

ที่มา : http://www.poolprop.com