หนี้นอกระบบ กับทางเลือกที่ดีกว่า

หนี้นอกระบบ สิ่งนี้เราว่าคงเป็นคำที่ใครหลายๆคนคุ้นเคยกันอย่างดี เผลอๆแทบจะเจอคำๆนี้ในชีวิตประจำวันเลยก็ได้ แม้กระทั่งตอนเรารอรถเมล์ตามป้าย Bus Stop ก็มีกระดาษอะไรไม่รู้มาแปะตามเสาเยอะแยะไปหมด แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการให้กู้เงินนอกระบบทั้งนั้น แต่จะมีใครรู้บ้างหล่ะ ว่าสิ่งนี้ที่เป็นสิ่งที่สามารถทำให้เรากู้ยืมเงินมาได้ง่ายๆ กลับมีข้อเสียมากมายที่ทุกคนมักไม่รู้กัน ในวันนี้เราจะพาให้คุณไปรู้จักกับคำว่าหนี้นอกระบบกันว่าเป็นอย่างไรบ้างไม่ว่าจะเป็นข้อดี ข้อเสีย และอัตราดอกเบี้ยทำไมต้องไปกู้ยืม หนี้นอกระบบ

1.ไม่ต้องมีเครดิต ไม่ต้องเตรียมเอกสารดำเนินการให้ยุ่งยาก
หากคุณเทียบการกู้หนี้นอกระบบกับการไปกู้ยืมเงินในสถาบันการเงินแล้ว คุณจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลยว่า การกู้ยืมเงินหนี้นอกระบบนั้นสามารถทำได้ง่ายมาก ไม่มีการเช็คเครดิตเหมือนสถาบันการเงิน ไม่เช็คเครดิตบุโร เพียงแค่ใช้บัตรประชาชนใบเดียวยังได้เลยด้วยซ้ำ แถมขั้นตอนการดำเนินการก็ไม่ยุ่งเหมือนทางสถาบันการเงิน จุดนี้จึงเป็นข้อดีสำหรับหนี้นอกระบบ เพราะสามารถทำได้ง่าย รวดเร็ว และสะดวกสบายไม่ต้องเตรียมเอกสารให้ยุ่งยากนั่นเอง

2.ได้เงินรวดเร็ว เหมาะสำหรับบุคคลที่ร้อนเงิน
การกู้ยืมเงินหนี้นอกระบบนั้น สามารถรับเงินได้ทันทีหลังจากที่เราตกลงหรือดำเนินการเรื่องเอกสารได้เลย ทำให้บุคคลที่ร้อนเงิน ต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน หันมากู้หนี้นอกระบบแทนที่จะไปกู้กับสถาบันการเงิน เพราะสถาบันการเงินจะต้องใช้เวลาในการดำเนินงานอย่างน้อย 1 เดือนในกรณีสินเชื่อบุคคล และ 3-4 เดือนในกรณีของสินเชื่อนิติบุคคล

ผลเสียของการกู้ยืมหนี้นอกระบบ
1.หนี้ก้อนเล็กกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ได้
หนี้นอกระบบนั้นความหมายของมันจริงๆก็คือ การให้กู้ยืมเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงมาก ยิ่งคุณชำระเงินช้าหรือผลัดวันในการชำระเงิน ก็จะทำให้คุณมีดอกเบี้ยที่เพิ่มมากขึ้น เพราะการคิดดอกเบี้ยจะคิดเป็นรายวันทบต้นทบดอก ยิ่งคุณจ่ายช้ามากเท่าไหร่คุณก็จะต้องจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น จึงไม่แปลกที่กู้ยีมหลักหมื่น แต่ติดหนี้หลายแสนได้ง่ายๆ

2.เสี่ยงกับอันตราย
สิ่งที่น่ากลัวที่มากับการกู้ยืมหนี้นอกระบบก็คือการทวงหนี้ที่สุดแสนจะอันตราย ไม่ว่าจะเป็นการขมขู่ การทำร้ายร่างกาย ทำลายสิ่งของของคุณ ซึ่งสืบเนื่องมาจากข้อแรกหากคุณชำระเงินช้าก็อาจจะได้รับผลกระทบข้อนี้ได้เลย
ทางเลือกที่ดีกว่า
สมาร์ทฟินน์ ให้ทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับ ผู้ที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน อาคาร ตึกแถว โดยสมาร์ทฟินน์เป็น Fintech P2P ที่ช่วยหาผู้ให้เงินกู้ในระบบ ผ่านระบบขายฝาก ซึ่งนำอสังหาริมทรัพย์ของผู้กู้ไปประเมินมูลค่าตามหลักเกณฑ์มาตรฐานธนาคาร เพื่อลดความเสี่ยงในการกู้ยืม ทำให้ดอกเบี้ยของสมาร์ทฟินน์อยู่ที่ 9-12% ต่อปี หรือ 0.75-1.0% ต่อเดือน ระยะเวลาสัญญา 1 ปีขึ้นไป และใช้เวลาดำเนินการหาผู้ให้เงินกู้เพียง 10-15 วันทำการเท่านั้น